HeaderAd

Showing posts with label การเงิน. Show all posts
Showing posts with label การเงิน. Show all posts

Wednesday, September 24, 2014

เล่าให้ฟังต่อกับ หนังสือ: เงินทองกองอยู่ทั่วไป

"สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป ที่คนโยนทิ้งหรือรังเกียจนั้น อาจจะมีค่าในสายตาผู้อื่นก็ได้"
มุสิกเศรษฐี


ความเดิมจากตอนที่แล้ว ชายหนุ่มคนนึงได้มีโอกาสเดินทางมาเมืองพาราณสีและได้มีโอกาสสนทนากับท่านมุสิกเศรษฐี ด้วยความที่ท่านมุสิกเศรษฐีเป็นคนใจดี และ ไม่ถือตัว ทำให้ชายหนุ่มได้มีโอกาสคุยกับท่าน โดยท่านเริ่มเล่าให้ฟังว่า

เมื่อครั้งท่านยังเป็นเด็กนั้น ท่านลำบากมาก เพราะมีพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังท่านยังเด็กทำให้ท่านต้องรับจ้างเล็กๆน้อยๆ เพื่อหาเงินมาประทังชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่งท่านกำลังกวาดใบไม้หน้าบ้านของเศรษฐีจุลลกะ ขณะที่เศรษฐีจุลลกะกำลังจะออกไปนอกบ้าน ท่านเศรษฐีจุลลกะได้สังเกตุเห็นซากหนูตายตัวนึง แล้วเอยขึ้นมาว่า "คนมีปัญญาย่อมใช้หนูตัวนี้เลี้ยงลูกเมียและประกอบการงานได้"

ในขณะนั้นตัวท่านมุสิกเศรษฐีก็ได้ยิน แต่ยังไม่เข้าใจจะหาเงินจากซากหนูตายได้อย่างไร เพราะว่าคนปกติอาจจะต้องจ้างคนเอาไปทิ้งด้วยซ้ำ แต่ทว่าท่านก็มีเวลาว่างอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วก็นำใบไม้มาห่อซากหนูแล้วเดินเพื่อที่จะไปขายในตลาด และระหว่างทางที่ท่านเดินไปตลาดนั้น ก็ได้ผ่านหน้าบ้านของพราหมณ์ ซึ่งคนใช้ในบ้านนั้นก็เรียกให้ ท่านมุสิกเศรษฐีหยุดก่อน เพราะว่า อยากขอซื้อซากหนูตายไปให้อาหารแมว!?!?

ทำให้วันนั้นท่านมุสิกเศรษฐีได้เงินจากการขายซากหนูมา 1 กากณึก* ซึ่งท่านก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ เพราะว่าท่านนั้นคงไม่สามารถการขายซากหนูมาประกอบเป็นอาชีพได้ แต่เรื่องราวในวันนี้ได้สอน และให้ข้อคิดกับท่านเป็นอย่างยิ่งว่า

"สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไป ที่คนโยนทิ้งหรือรังเกียจนั้น อาจจะมีค่าในสายตาผู้อื่นก็ได้"

จริงๆเรื่องราวของนิทานชาดกของท่านมุสิกเศรษฐีนั้น ยังมีต่ออีกเยอะนะครับ ซึ่งจะเป็นการสปอยต์เป็นอย่างมาก ถึงมากที่สุด ว่าทำไมท่านถึงตั้งตัวขึ้นมาได้ ดังนั้นแล้วผมจะไม่ขอเล่าต่อนะครับ เพราะว่าบางคนอาจจะอยากไปซื้อมาอ่านต่อเองมากกว่า

ขอบคุณครับ


*กากณึก มีความหมายว่า ทรัพย์มีค่าเท่าค่าแห่งชิ้นเนื้อพอกาพาไปได้; ชื่อมาตราเงินอย่างต่ำที่สุด

ตอนที่ผ่านมา
Continue Reading...

Tuesday, September 23, 2014

หนังสือแนะนำ: เงินทองกองอยู่ทั่วไป (หนังสือการลงทุนที่เหมาะคนไทย โดยคนไทย)

"คนมีปัญญาเฉลียวฉลาดย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย 
ดุจคนก่อไฟน้อยๆ ให้เป็นกองใหญ่ฉะนั้น"
จุลลกเศรษฐี พระไตรปิฏก
ขุททกนิกาย ชาดา เอกนิบาต




คราวที่แล้วผมได้แนะนำหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุน ที่อ่านสนุก เข้าใจง่ายและได้ความรู้กันไปแล้ว นั่นคือ เศรษฐีชี้ทางรวย หรือ The Richest Man in Babylon นั่นเอง ซึ่งถือได้ว่า ดีขึ้นหิ้งไปแล้ว และในวันนี้ผมก็จะมาแนะนำหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุนเช่นเดียวกัน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ หนังสือเล่มนี้ เขียนโดยคนไทย แถมยังอ่านสนุกในรูปแบบนิทานชาดกอีกด้วย...หนังสือเล่มนี้คือ "เงินทองกองอยู่ทั่วไป"

หนังสือเล่มนี้ผมซื้อมาจากศูนย์หนังสือจุฬาฯ ในราคา 40 บาท เท่านั้น!?!? คือ ซื้อมานานมากกกกกกกกกแล้วนะครับ ประมาณ 9 ปี ตอนนั้นลดราคาพอดี อิอิ ตอนนี้คงหายสงสัยแล้วใช่ไหมครับ ว่าทำไมถึงซื้อมาอ่าน...คำตอบคือ มันถูกครับ ฮ่าๆๆๆ


หนังสือ เงินทองกองอยู่ทั่วไป เขียนโดย คุณนวพร เรืองสกุล ซึ่งถ้าคุณทำงานหรือติดตามแวดวงการเงินแล้วล่ะก็ คุณก็คงจะรู้จักคุณนวพรกันอยู่แล้ว เพราะว่าเขาเป็น ประธาน ก.ล.ต. หรือ ประธานกรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตนักเรียนทุนแบงก์ชาติ เรียนเก่งที่สอบได้ที่ 1 ของเตรียมอุดม...ซึ่งเก่งขนาดนี้ ผมรับรองได้เลยครับว่า สิ่งที่หนังสือจะเล่านั้น ได้ความรู้เรื่องลงทุนอย่างแน่นอน และที่ดีไปกว่าคือ สนุกด้วยซิ แต่ข้อเสียสำหรับผม คือ หนังสือมันสั้นไป!!! ผมยังอยากอ่านต่อ ฮ่าๆ

บทนำ
เรื่องราวเริ่มต้นที่เมืองพาราณสีที่เป็นดินแดนที่มีศิลปวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน และที่เมืองนี้ก็มีตำนานที่เล่าขานกันรุ่นสู่รุ่น ถือวิธีการทำธุรกิจของ "เศรษฐีแห่งพระนคร" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องแต่งตั้งจากพระราชาเท่านั้น หรือกล่าวได้ว่า มั่งคั่งจนพระราชาก็ยังยอมรับ

และนี้คือ เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสไปสนทนากับ เศรษฐีผู้นี้ ผู้ซึ่งตั้งตัวจากยาจก มาเป็นเศรษฐีจากความไม่มีอะไรเลย และได้หนูตัวหนึ่งมาตั้งต้นชีวิตของเขา และเดินหน้าไปสู่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ทำให้ผู้คนจดจำเศรษฐีท่านนี้ในชื่อ "มุสิกเศรษฐี"

*มุสิก มีความหมายว่า หนู




Continue Reading...

Sunday, September 21, 2014

The Richest Man in Babylon by George S. Clason (เศรษฐีชี้ทางรวย) [Part 3]

"จงจารึกบนแผ่นดินเหนียวในทุกๆสิ่งที่ท่านประสงค์จะใช้จ่าย แล้วเลือกแต่สิ่งจำเป็นจริงๆ"
-จากหนังสือเศรษฐีชี้ทางรวย



บทความนี้เป็นบทที่ 3 ของหนังสือ The Richest Man in Babylon สำหรับบทที่ 2 ดูได้ที่นี้เลยครับ


วิธีเยียวยา 7 ประการ สำหรับถุงเงินที่ว่างเปล่า
เริ่มเรื่องราวในครั้งนี้ โดยกษัตริย์ซาร์กอนเสด็จกลับนครบาบิโลนหลังจากทำสงคราม สิ่งที่กษัตริย์ได้รับทราบคือ เงินทองในนครแห่งนี้นั้น กลับตกไปอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คน และกลุ่มคนพวกนี้ก็ทำอย่างถูกต้อง โดยวิธีซื่อสัตย์ สุจริต ประหนึ่งคนพวกนี้รู้วิธีการจากพระเจ้า ซึ่งนี้ไม่ใช่เมืองที่กษัตริย์ท่านต้องการ เพราะว่า นครแห่งบาบิโลนนั้น ควรที่มั่นคง รุ่งเรือง แต่ทว่าตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่กลับมีปัญหาในการซื้อข้าวกิน!?!? (อ่านไปอ่านมา บางทีมันก็โดนนะ ทั้งๆที่เรื่องนี้เขียนมานานมากแล้ว -1926 แต่ปัญหาแบบนี้ก็ยังมีอยู่ในยุคปัจจุบัน)  เอาล่ะครับ ผมขอข้ามรายละเอียดในนิทานไปเข้าสู่เนื้อหาเลยดีกว่า ก่อนที่จะ spoil ไปมากกว่านี้ครับ

วิธีที่ 1 - เริ่มทำให้ถุงเงินของท่านเพิ่มพูน
วิธีที่เรียบง่ายแต่ได้ผล และยังคงใช้ได้จนมาถึงปัจจุบัน นั่นคือ เก็บก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้เหลือแล้วค่อยเก็บ ดังนั้นวิธีข้อที่ 1 ก็คือ เก็บ 1 ส่วนจาก 10 ส่วนที่หามาได้ก่อน แล้วบังคับใช้แค่ 9 ส่วน ถ้าทำแบบนี้ได้แล้วผ่านไป 1 ปี เราจะมีเงินเก็บมากกว่า เงินที่หาได้ใน 1 เดือน (ถ้าทุกเดือนได้เท่ากัน)

วิธีที่ 2 - จงควบคุมการใช้จ่ายของท่าน
เพราะว่ามนุษย์เรานั้น มีความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นแล้วเราต้องใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจริงๆ ซึ่งผู้เขียน George S. Clason ได้เรื่องราวอันแสนน่าเบื่อนี้ ได้อย่างสนุกสนานมากครับ

วิธีที่ 3 - จงทำให้ทองคำของท่านทวีคูณขึ้น
เมื่อเราเก็บเงินมาได้แล้ว ต้องรู้จักทำให้มันเพิ่มพูนด้วย โดยการนำไปลงทุน ซึ่งวิธีการ หรือ แนวคิดอันนี้ก็คงอยู่จนมาถึงทุกวันนี้ครับ แต่วิธีการเล่าเรื่องราวนี้ซิที่น่าสนใจ :)

วิธีที่ 4 - ปกป้องทรัพย์สมบัติของท่านจากการสูญเสีย
สำหรับข้อนี้ ถ้าจะพูดให้ดูทันสมัยก็ต้อง "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาก่อนการตัดสินใจ"

วิธีที่ 5 - จงทำให้เคหสถานของท่านเป็นการลงทุนที่ผลกำไร
"ไม่มีครอบครัวใดจะมีความสุขกับชีวิตได้เต็มที่ ถ้าไม่มีที่สะอาดให้ลูกๆวิ่งเล่น ไม่มีที่ให้ภรรยาปลูกดอกไม้ หรือสมุนไพร"

วิธีที่ 6 - จงประกันรายได้สำหรับอนาคต
เพราะวันนึงเราก็ต้องชรา หรือไม่ก็พระเจ้าเรียกตัวเราไปจากโลกนี้ ดังนั้นแล้วเราต้องเตรียมการสำหรับรายได้ที่เหมาะสมในอนาคต ในวัยที่เราไม่ได้หนุ่มแน่นเหมือนเดิม...

วิธีที่ 7 - จงเพิ่มพูนความสามารถในการหาเงิน
แทนที่เราจะไปขอให้เจ้านายเพิ่มค่าจ้าง เราควรที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเองอยู่เสมอๆ เช่นนี้แล้ว รายได้เราจะเพิ่มพูนเอง


เป็นไงบ้างครับ หลักการ 7 ข้อที่จะเยียวยา ถุงเงินที่ว่างเปล่า ทั้งๆที่ George S. Clason เขียนนานมากแล้ว แต่หลักการพวกนี้ก็ยังคงใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน ถ้าหากคุณสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับลงทุนและได้แรงบันดาลใจดีล่ะก็ หนังสือเล่มนี้เลยครับ แนะนำ!!!

*ภาพประกอบจาก Wikipedia


Continue Reading...

The Richest Man in Babylon by George S. Clason (เศรษฐีชี้ทางรวย) [Part 2]

โอกาสคือ เทพธิดายโสที่ไม่ยอมเสียเวลากับคนที่ไม่รู้จักเตรียมพร้อม
- อาร์คัด จาก The Richest Man in Babylon



บทความนี้เป็นตอนที่ 2 ของหนังสือ เศรษฐีชี้ทางรวย หรือ The Richest Man in Babylon สำหรับตอนแรกดูได้ที่นี้ครับ



บุรุษผู้มั่งคั่งที่สุด ในบาบิโลน
ความมั่นคั่งของเศรษฐีผู้ร่ำรวยมหาศาลคนหนึ่ง ที่มีนานว่า อาร์คัด ว่ากันว่า รวยถึงขนาดบางครั้งกษัตริย์ยังต้องมาหยิบยืมทองคำมาช่วยท้องพระคลัง แต่ทว่า ตัวอาร์คัดเองนั้น ก็ไม่ร่ำรวยตั้งแต่เกิด ไม่ได้มีความรู้โด่ดเด่นกว่าใคร ดังนั้นสลายในวัยเยาว์ของเขาจึงคิดว่า อาร์คัด ช่างโชคดีกว่าพวกเรา จึงทำให้เขากลายเป็นบุรุษผู้มั่นคั่งที่สุดในบาบิโลน แต่ทว่าจริงๆแล้วนั้น เขามีเคล็บลับที่ทำง่ายๆอยู่แค่ว่า

"ส่วนหนึ่งของเงินทั้งหมดที่ข้าหามาได้ เป็นของข้าที่ต้องเก็บรักษาไว้" 


นั่นคือ คุณต้องเก็บ 1 ใน 10 ของเงินที่มาได้ โดยไม่ใช้จ่าย ดังนั้นใน 10 ปีคุณจะมีเงินมากกว่า 1 ปีที่คุณหามาได้ และก็นำทองคำที่เก็บไว้ ทำงานเยี่ยงทาส ให้ออกลูก ออกหลาน ในหนังสือนั่นจะมีการเล่าเรื่องราวการลงทุนไว้อย่างสนุกอีกด้วยครับ เช่น ถ้าคุณจะลงทุนในเรื่องอัญมณี ก็ให้ไปคุยกับคนที่รู้เรื่องทำงานกับอัญมณี ไม่ใช่คนทำอิฐ เพราะถ้าคุณลงทุนกับคนทำอิฐ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะสูญเสียทองคำได้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นคนไม่ดี แต่เพราะเขาอาจจะคนอื่นหลอกก็ได้

ซึ่งตัวอาร์คัดเอง ก็ลงทุนผิดพลาดในตอนแรกด้วยเช่นกัน แต่ว่าการเก็บเงิน 1 ใน 10 ที่หามาได้นั้น เริ่มเป็นนิสัยแล้ว ดังนั้นเขาจึงเก็บเงินแล้วเริ่มต้นลงทุนด้วยความรู้ ความเข้าใจที่ดีกว่าเดิม...

เรื่องราวที่คุณ George S. Clason เขียนนั่น อ่านสนุกจริงๆ ครับ อันนั้นยังขอยืนยันตามเดิม ได้เรียนนรู้เรื่องเงินในรูปแบบนิทานที่ฉากหลังเป็นนครบาบิโลน แนะนำให้ไปลองหามาอ่านกันดูครับ แล้วจะไม่แปลกใจว่าทำไมหนังสือที่พิมพ์มาตั้งแต่ปี ค.ศง 1926 ยังได้รับมาตีพิมพ์มาจนถึงปัจจุบัน :)



ตอนแรก บุรุษผู้ปรารถนาทองคำ                           
ตอนต่อไป วิธีเยียวยา 7 ประการ สำหรับถุงเงินที่ว่างเปล่า
Continue Reading...

หนังสือแนะนำ: เศรษฐีชี้ทางรวย (The Richest Man in Babylon by George S. Clason)

หากเราพยายามอย่างที่สุดในสิ่งใดก็ตาม เราจะประสบความสำเร็จในสิ่งนั้น
จากหนังสือ เศรษฐีชี้ทางรวย

ภาพปก version ภาษาอังกฏษจาก wikipedia


ปกหนังสือที่ผมมี ราคา 99 บาท


หากคุณกำลังหาหรือ search เกี่ยวกับหนังสือการเงิน การลงทุนมาอ่านล่ะก็ The Richest Man in Babylon โดย George S. Clason หรือเศรษฐีชี้ทางรวย เป็นหนึ่งในหนังสือที่คุณต้องอ่านแล้วครับ เพราะว่า หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นหนังสือการเงินที่ผู้อ่านทั่วโลก โดยมีการดำเนินเรื่องที่สนุกสนานน่าติดตาม และได้ความรู้ดีๆ รวมไปถึงได้แรงบันดาลใจ!?!? ไม่น่าเชื่อว่านี้เป็นหนังสือการเงิน 

ส่วนประวัติคร่าวๆของหนังสือเล่ม The Richest Man in Babylon
เริ่มพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 1926 หรือ พ.ศ. 2469 ครับ พิมพ์ไม่ผิดนะครับ เก่ามากๆ ดังนั้นแล้วคุณจะเจอหนังสือเล่มนี้ในหลายๆๆๆๆๆๆปกมากๆ สรุปอย่างสั้นๆ หนังสือเล่มนี้เหมาะมาก สำหรับผู้ที่มีความทะเยอทะยาน อยากประสบความสำเร็จทางด้านการเงินครับ เอาล่ะ เรามาเริ่มเรื่องราวในนครแห่งบาบิโลนกันเลย


บุรุษผู้ปรารถนาทองคำ
บทแรกของหนังสือ classic เล่มนี้เริ่มเล่าเรื่องที่ บานซีร์ ช่างต่อรถม้าแห่งนครบาบิโลน ที่มีฝีไม้ลายมือต่อรถม้าได้บร๊ะเจ้ามาก ผู้ที่จะเป็นเจ้าของได้นั่นต้องเป็นระดับ เศรษฐีหรือพวกขุนนาง เจ้าเมืองเท่านั้น และมีสหายสนิทนามว่า ค๊อบไบที่มีฝืมือการดีดพิณที่ไพเราะได้ดีที่สุดในนครบาบิโลน แต่ว่าสองสหายนี้ กำลังนั่งจับเข่าคุยกันอย่างเคร่งเครียดว่า...ทำไมตรูไม่มีตังค์ว่ะครับ ในเมื่อเราสองคนทำงานอย่างหนัก ได้ทองมาเต็มถุงทุกครั้ง แต่ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้? และหลังจากการสนทนากันสักพักก็นึกได้ว่า เขาทั้งสองควรไปหาคำแนะนำจาก บุรุษผู้มั่งคั่งที่สุด ในบาบิโลน (โปรดติดตามตอนต่อไป...)

Continue Reading...

Friday, August 29, 2014

The story about ordinary human with ordinary way of life that gamble money only 800 THB

Begin the weave and God will give you the thread


It is a story about an ordinary man with ordinary way of life that gamble his life with 800 THB. I first read about this on Pantip and now it propagate to a short film.

Event i have read this post in Pantip before watch the short movie, i still got plentifully of spirit. If you looking for will power or inspiration, I recommend you to watch these short movie.


On the other side, if you have a lot of stress and very tried to go to work as if don’t want to go to work after wake up each morning or would like to resign from you job because you cannot stand it anymore, you definitely need to read or watch the short movie. Then you start consider more, in case of you have someone to look after. The resignation might be outbursts action then you need to make sure you have consciousness before making any decision. You might thinking about problem that can be occur and searching for some solution so that the action that you make will be worth. Be worth as the author has been sharing his life experience with us too.

Chapter 1 - Life with 800 THB “Life Question”


Chapter 2 - Life with 800 THB “Answer”



Behind the Sense - Life with 800 THB special “Build up a fortune”


Continue Reading...

Friday, August 22, 2014

เรื่องราวของคนธรรมดากับวิถีชีวิตที่ธรรมดา ในการเดิมพันที่ไม่ธรรมดากับเงิน 800 บาท

เมื่อท่านเริ่มถักทอ พระเจ้าจึงจะให้ด้ายมา
(Begin to weave and God will give you the thread)


นี้เป็นเรื่องราวของคนธรรมดากับวิถีชีวิตที่ธรรมดา ในการเดิมพันที่ไม่ธรรมดากับเงิน 800 บาท เรื่องราวที่ได้มาจากเรื่องจริงที่ถูก post ที่ pantip ซึ่งตอนนี้ได้ถูกถ่ายทอดมาเป็นหนังสั้นแล้ว

ทั้งๆที่ผมเคยอ่านกระทู้นี้ในพันทิปแล้ว แต่ตอนที่ได้ดูหนังสั้นเรื่องนี้ ก็ยังได้กำลังใจมากมาย ถ้าใครที่กำลังต้องการกำลังใจล่ะก็ หนังสั้นเรื่องนี้เลยครับ แนะนำ

และถ้าใครที่กำลังเครียด หรือเหนื่อยจากที่ทำงานมากกกกกกก จนอยากจะลาออกเดี๋ยวนั่นเลย ผมอยากให้ดูหนังสั้น หรือไปอ่านกระทู้ก่อนก็ได้ เพื่อที่คุณจะได้พิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น ในกรณีที่มีคนข้างหลัง ที่คุณต้องดูแล การลาออกเลย มันดูจะเป็นการกระทำที่วู่วามไป เราควรตั้งสติ และค่อยๆมองหาทางออกในการแก้ปัญหา ให้คุ้มค่าที่เจ้าของกระทู้ได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตให้พวกเราได้รับทราบครับ

ตอนที่ 1 - ชีวิต 800 ตอน 1 “โจทย์ชีวิต”




ตอนที่ 2 - ชีวิต 800 ตอน 2 "คำตอบ"







เบื้องหลัง - ชีวิต 800 ตอนพิเศษ "ก่อร่างสร้างชีวิต"
Continue Reading...

Monday, July 14, 2014

Recommended book: Your Money or Your Life





We might have heard that “Good movie can change your life” Today I would like to confirm that this sentence is true. This words is not a commercial thing, it is not someone trying to sell dream to you.  I want to talk about this book “Your Money or Your life” The version that I have is publish by Komol charity, as the picture that show above.

This book is very old, I read this first time ten years ago; I feeling old already. As I told you this book is very old from what I remember the first English version of this book is publish on 1992. Their already publish new version of this book, but I read only Komol charity publish. Then I will review from version that I read.
The version that I read is publish long time ago, then the way that they told story is very slow, how slow it is? You can compare with The Lord of The Ring first part. That they will told a little tiny detail such as environment of the Hobbit world, you will remember if you read it. This book also telling little tiny detail that will make you bore and want to stop reading: it describe every single tree and grass.
I am very lucky that I can read through this part to the excited part same as Load of the Ring. After I think over about why it describe detail and how their think about work because it is collect a lot of people experience inside. It has collect and cover many story that the writer, Joe Dominguez and Vicki Robin, has experience because both of them has work in Wall Street and retire when their 31 after calculate that they will be more happier!!!

Many people that read this book including me has use the methodology from this book to start investment. Many book also telling about the principle inside this book. The important that I got from this book is “How much you earn?” your net income. Because each one of you need to exchange your energy and time for that. You might think that why I just summaries the book and told what I have got. I would like to say that you might not get the feeling and deep meaning, it might be better if you read by yourself.
The climax of this book is when it telling you that “Why we need to saving?” You might remember when you was young your teacher teach you how to do account book to understand why we have to saving. When we grow up we understand the saving but why we need to do so? In real life, we go to work and it is not so beautiful. It has many stress and pain then sometime we think why we need to saving when we die we cannot bring it with us. Then many people starting using money to buy happy. At this point many people still do not know that point of saving event myself.

This book can give you a clearly answer of this question above!! I resist that. This book is only 520 pages in Thai version, the problem is you can get through the boring part and finish this or not?

Continue Reading...

Wednesday, June 25, 2014

หนังสือแนะนำ: เงินหรือชีวิต เปลี่ยนทัศนคติต่อเงิน สู่อิสรภาพของชีวิต (Recommended Book: Your money or Your Life)

"แม้ผู้คนรวยขึ้นเป็น 2 เท่า แต่กลับเป็นสุขน้อยลง"
การสำรวจของศูนย์วิจัยทัศนคติแห่งชาติของมหาวิทยาลัยชิคาโก 
(พ.ศ. 2500 จนถึง พ.ศ. 2541)

English version

ฉบับภาษาไทยของ มูลนิธิโกมลคีมทอง


เราอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า หนังสือดีเปลี่ยนชีวิต วันนี้ผมจะมายืนยันอีกครั้งว่า คำกล่าวนี้เป็นจริง หาใช่ว่านิทานหลอกเด็กชวนฝันของการตลาด คำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องชวนฝันจากฝ่ายโฆษณา หนังสือที่ผมจะมาเล่าในวันนี้ คือ "Your money or Your Life" หรือ "เงินหรือชีวิต เปลี่ยนทัศนคติต่อเงิน สู่อิสรภาพของชีวิต" ฉบับที่ผมมีนั้นเป็นของมูลนิธิโกมลคีมทอง ตามรูปที่แสดงให้ดู

หนังสือเล่มนี้เก่ามากกกกแล้วนะครับ อ่านไปครั้งแรกน่าจะประมาณ 10 ปีที่แล้ว...(เริ่มรู้สึกว่าตัวเองแก่) อย่างที่บอกไปนะครับว่าหนังสือเล่มนี้เก่าแล้ว ต้นฉบับภาษาอังกฤษถ้าจำไม่ผิดจะพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ปี 1992 ตอนนี้มีการตีพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับปรับปรุงเนื้อหาใหม่แล้ว ผมอ่านเฉพาะภาษาไทยของมูลนิธิโกมลคีมทองนะครับ เข้าใจตรงกันก่อนนะ

ทีนี้ด้วยความที่หนังสือมันเก่า การเขียน การดำเนิน การเล่าเรื่อง จะช้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เปรียบเทียบได้กับ Lord of The Ring เล่มแรก ตอนแรกๆที่เล่า พรรณนาถึงสภาพแวดล้อมในโลกของฮอบบิท ถ้าใครเคยอ่านคงจะจำกันได้ว่า ช่วงแรกนั้นเล่ารายละเอียดซะเยอะ จนไม่อยากจะอ่าน ประมาณว่า บรรยายแม่งต้นไม้ทุกต้น ต้นหญ้าทุกก่อ  

หนังสือเล่มนี้ก็บรรยายช่วงแรกได้...เรื่อยๆมาก แต่ผมโชคดีที่สามารถทนอ่านจนถึงช่วงสนุกได้ เช่นเดียว Lord of The Ring ถ้าพ้นช่วงแรกไปได้แล้ว เราก็จะสนุกมาก  "Your money or Your Life" ก็เหมือนกัน!!! เท่าที่ผมนั่งไตร่ตรองดู ก็คงเป็นเพราะหนังสือได้บรรยาย ลงรายละเอียดถึงแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับการทำงาน ถ้าจะพูดให้ถูกน่าจะเป็นการเล่าประวัติการทำงานของมวลมนุษย์เลยดีกว่า เพราะเล่ารวบรวมและคลอบคลุม หลายเรื่องมากๆ เพราะว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ คือ โจ โดมิงเกซและวิกกี้ โรบิน เคยทำงานอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ Wall Street และเกษียณอายุตัวเองตอน 31 ปี เพราะคำนวณดูแล้ว รู้ว่ามีความสุขมากกว่า!!!

สิ่งที่หนังสือเล่มนี้ได้เขียนไว้ ผมและคนอีกหลายๆคน ได้ใช้เป็นพื้นฐานในการลงทุนของชีวิตนี้เลย รวมไปถึงหนังสือสมัยนี้อีกหลายๆเล่ม ได้นำแนวคิดของหนังสือเล่มไปใช้ สิ่งที่สำคัญที่ต้องพูดถึงถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้ คือ เงินที่ได้จริงๆจากการทำงานนั้น เราได้จริงๆเท่าไร เพราะว่าเราทุกคนต้องแลกด้วยพลังงานและเวลาของเราเองที่มีอย่างจำกัดในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ ย้ำอีกครั้งว่า หนังสือเล่มนี้ลงรายละเอียดมากครับ ถ้าคุณอ่านแล้วอยากรู้ว่าทำไมผมไม่สรุปออกมาให้อ่านล่ะ ผมบอกเลยว่า มันได้คนละอารมณ์กันครับ

และจุดสุดยอดดด ของหนังสือนี้สำหรับผม คือ ตอนที่บอกให้เห็นว่า "เราประหยัดไปทำไม" หลายคนคงจำกันได้ว่าตอนที่เรียนตั้งแต่สมัยประถมเลย คุณครูให้ทำสมุดบัญชี เพื่อให้นักเรียนรู้จักการออมเงิน แต่พอโตขึ้นมา ประหยัดนะรู้จัก แต่การทำงานและชีวิตจริง มันไม่ได้สวยหรูเสมอ มันทั้งความเครียด ความทุกข์ จนบางทีเราก็ท้อว่า จะประหยัดไปทำไมกัน ถ้าตายไปเราก็เอาไปไม่ได้ และหลายคนก็เลย ใช้เงินซื้อความสุข และจุดนี้เอง ผมและคนอีกหลายคนยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่า เราจะประหยัดไปทำไม!!! 

หนังสือเล่มครับ ตอบได้ และ เห็นภาพชัดเจนแน่นอน!!! ผมยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ก็เล่นเล่าซะละเอียดขนาดนั้น (หนังสือ เงินหรือชีวิต เปลี่ยนทัศนคติต่อเงิน สู่อิสรภาพของชีวิต หนา 520 หน้า เท่านั้นเอง!!! น้อยกว่า Harry Potter เล่ม 7 อีกนะครับ) แต่ปัญหาคุณๆทั้งหลายจะทนอ่านกันจนจบได้ไหมครับ ฮ่าๆๆๆๆ

Continue Reading...

Followers

Tags